โครงสร้างองค์ความรู้

(สามพรานโมเดล อะคาเดมี่)

จากการดำเนินงานของสามพรานโมเดลที่ทำให้เกิดการเชื่อมต่อห่วงโซ่คุณค่าอาหารอินทรีย์และการพัฒนาระบบอาหารยั่งยืน นำสู่การถอดบทเรียนองค์ความรู้โดย Sampran Model Academy เพื่อแบ่งปันถ่ายทอดและต่อยอดการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ที่สังเคราะห์มาจากประสบการณ์ของทีมงานและเครือข่ายสามพรานโมเดล ซึ่งเป็นองค์ความรู้บนฐานการปฏิบัติจริงและมุ่งหวังให้เกิดการแลกเปลี่ยน ก่อเกิดความรู้ใหม่อย่างสม่ำเสมอ โดยโครงสร้างองค์ความรู้ครอบคลุมงานต้นน้ำ งานกลางน้ำ และงานปลายน้ำ

องค์ความรู้งานต้นน้ำ


ว่าด้วยการทำเกษตรอินทรีย์เพื่อสร้างผลผลิต
มีหัวข้อความรู้ที่สำคัญ ได้แก่

1. “การบริหารจัดการพื้นที่และสิ่งแวดล้อมในแปลง”

ช่วยให้เกิดความเข้าใจบริบทการทำเกษตรอินทรีย์ที่อาจมีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่และสามารถบริหารจัดการให้เกิดการใช้พื้นที่ทั้งที่เป็นที่ว่างเปล่าหรือที่อยู่อาศัย ที่ทำกิน ให้สามารถเป็นพื้นที่การทำเกษตรอินทรีย์ที่เหมาะสม สร้างประโยชน์ตามเป้าหมาย

2. “การวางแผนการผลิต”

มีความสำคัญกับเกษตรกรโดยเฉพาะเมื่อมีการเชื่อมต่อกับตลาด โดยมุ่งหวังให้เกิดการผลิตสินค้าที่สอดรับกับความต้องการและในคุณภาพ และปริมาณที่เหมาะสม องค์ความรู้ครอบคลุมการประเมินศักยภาพพื้นที่ทรัพยากร กำลังการผลิต และการประเมินความต้องการตลาด การวางแผนชนิดพืช ปริมาณ กระบวนการเพาะปลูก ระยะเวลาดำเนินการและเก็บเกี่ยว รวมถึงการจัดการต้นทุนและกำหนดราคาขาย

3. “ระบบรับรองแบบมีส่วนร่วม” หรือ Participatory Guarantee System (PGS)

เป็นองค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการแปลงและบริหารกลุ่มเพื่อให้เกิดระบบรับรองแบบมีส่วนร่วมที่ผู้ร่วมเครือข่ายได้มามีส่วนกำหนดข้อตกลง ร่วมตรวจแปลงและแลกเปลี่ยนความรู้การทำเกษตรอินทรีย์ระหว่างกัน ทั้งนี้โดยอ้างอิงกับมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากลเพื่อส่งเสริมความเชื่อมั่นของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

“มาตรฐานเกษตรอินทรีย์”

เป็นความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานระดับสากลที่เป็นที่ยอมรับในตลาดต่างๆ ข้อกำหนดและการปฏิบัติตัวเพื่อสามารถขอรับรองมาตรฐาน โดยเฉพาะผู้ทำเกษตรอินทรีย์ที่ต้องการทำการค้ากับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการใช้มาตรฐานเป็นปัจจัยประกอบการทำธุรกิจ เช่น ธุรกิจส่งออก เป็นต้น

5. “การจัดการเมล็ดพันธุ์”

ช่วยให้เกิดความเข้าใจบริบทการทำเกษตรอินทรีย์ที่อาจมีความแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่และสามารถบริหารจัดการให้เกิดการใช้พื้นที่ทั้งที่เป็นที่ว่างเปล่าหรือที่อยู่อาศัย ที่ทำกิน ให้สามารถเป็นพื้นที่การทำเกษตรอินทรีย์ที่เหมาะสม สร้างประโยชน์ตามเป้าหมาย

6. “การจัดการปัจจัยการผลิต”

มุ่งเน้นที่ความเข้าใจและความสามารถเลือกใช้ปัจจัยการผลิตประเภทต่างๆที่เข้ากันกับพื้นที่และบริบทการทำงาน สามารถวางแผนประยุกต์ใช้ทรัพยากรที่มีมาผลิตปัจจัยให้เกิดประโยชน์สูงสุดและรู้จักวิธีการนำไปใช้ในเวลาและวิธีการที่เหมาะสม

7. “การเพาะปลูกดูแลผลผลิต”

ครอบคลุมความรู้ในกระบวนการผลิตพืชอินทรีย์ตลอดจนการปฏิบัติ ดูแลรักษาให้ได้ผลผลิตเพื่อการบริโภค เพื่อจำหน่ายเชิงธุรกิจ การเรียนรู้มุ่งเน้นความเข้าใจหลักการพื้นฐานการทำเกษตรอินทรีย์พร้อมกันกับการส่งเสริมการประยุกต์ใช้หลักการกับพืชชนิดต่างกันและในพื้นที่ลักษณะต่างกัน

8. “การจัดการหลังการเก็บเกี่ยว”

เป็นความรู้ในวิธีการและระยะเวลาที่เหมาะสมกับการเก็บเกี่ยว และวิธีการทำความสะอาด ตัดแต่ง คัดเลือก บรรจุหีบห่อเก็บรักษาและจัดการขนส่ง ทั้งนี้เพื่อให้สามารถคงคุณค่าการผลิตลดการสูญเสีย บริหารต้นทุนและนำส่งสินค้าที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาดและลูกค้า

องค์ความรู้งานกลางน้ำ

ได้แก่ งานบริหารจัดการธุรกิจและช่องทางเพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อระหว่างแหล่งผลิตต้นน้ำไปสู่ตลาดและผู้บริโภค ประกอบด้วยหัวข้อความรู้ที่สำคัญ คือ

9. “การจัดการธุรกิจเกื้อกูลสังคม” (Inclusive Business)


เป็นการเรียนรู้หลักการสร้างคุณค่าร่วม ได้แก่ การบริหารธุรกิจเพื่อสร้างผลประกอบการ พร้อมกันกับการสร้างความยั่งยืนในสังคมซึ่งเป็นแนวทางการทำงานของสามพรานโมเดล ที่มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบโดยให้ทุกคนมามีส่วนร่วมขับเคลื่อน

10. “การท่องเที่ยววิถีอินทรีย์” (Organic Tourism)


เป็นการถอดบทเรียนประสบการณ์ของสวนสามพรานและการทำงานของสามพรานโมเดลในโครงการ Organic Tourism เพื่อส่งเสริมให้เกิดต้นแบบและเครือข่ายผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว เช่น โรงแรม ร้านอาหาร ที่มีบทบาทเชื่อมโยงกับเกษตรกรและผู้บริโภค ครอบคลุมการเรียนรู้การจัดซื้อแบบเกื้อกูล การสร้างสรรค์สินค้าบริการวิถีอินทรีย์ การจัดการท่องเที่ยวเชิงเกษตรอินทรีย์ การสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เช่น เกษตรกรให้มีการรวมกลุ่มทำเกษตรอินทรีย์ ความร่วมมือกับภาครัฐ เอกชน สื่อมวลชน ประชาสังคม เป็นต้น

icon-6-12-4

11. “การแปรรูปและเพิ่มมูลค่าสินค้า”


เป็นการใช้ประโยชน์วัตถุดิบอินทรีย์มาพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการตลาดและเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยอ้างอิงถึงระบบรับรองแบบมีส่วนร่วม (PGS) ในการแปรรูปสินค้าบรรจุภัณฑ์ การเก็บรักษา การจัดการต้นทุนและกำหนดราคาขาย

12. “ผู้นำเชิงระบบ”


เป็นแนวทางการส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมาร่วมเป็นผู้นำในงานตามความรู้ความสามารถ มีเป้าหมายร่วมเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ โดยมีกรณีปัญหาระบบอาหารที่เกี่ยวข้องกับหลายฝ่ายจากต้นน้ำถึงกลางน้ำและปลายน้ำเป็นฐานการเรียนรู้ที่สำคัญ

13. “ผู้นำการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก”


เป็นการสร้างผู้นำที่สามารถจัดการปัญหาที่ซับซ้อนด้วยความสามารถตระหนักและเห็นความเป็นไปได้ในหนทางรอบด้านหลายทาง ด้วยความฉลาดรู้ทางอารมณ์ พร้อมเข้าใจตนเองและผู้อื่น

14. “การบริหารตลาดสีเขียว


เป็นองค์ความรู้จากการถอดบทเรียนการดำเนินงานของตลาดสุขใจและการศึกษาจากช่องทางตลาดอื่นๆ ทั้งในและต่างประเทศ มีเป้าหมายเพื่อให้เกิดการกระจายสินค้าเกษตรอินทรีย์สู่ผู้บริโภคได้อย่างกว้างขวาง เป็นการสร้างโอกาสธุรกิจให้กับเกษตรกรและยังเป็นพื้นที่สร้างความสัมพันธ์ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในห่วงโซ่คุณค่า องค์ความรู้มีตั้งแต่การคัดเลือกและจัดสรรสินค้า ผู้ค้า การนำระบบรับรองแบบมีส่วนร่วม (PGS) มาช่วยในการบริหารจัดการโดยให้เกิดความร่วมมือกันระหว่างผู้ค้ากับผู้บริโภค การสื่อสารและการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดและการขาย

องค์ความรู้งานปลายน้ำ

ได้แก่ ส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับตลาดและผู้บริโภค ประกอบด้วยหัวข้อความรู้ที่สำคัญ คือ

icon-6-12-13

15. “การตลาดการขับเคลื่อน (Social Movement Marketing)


เป็นกลยุทธ์การตลาดแนวใหม่ที่มุ่งขับเคลื่อนธุรกิจและสังคมจากพลังของภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะพลังของผู้บริโภค โดยเป็นแนวทางพัฒนาสู่ความยั่งยืนที่อำนวยประโยชน์กับภาคธุรกิจเพราะเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าประชาชนบนฐานความเชื่อในการเปลี่ยนแปลงร่วมกัน การถอดบทเรียนจากกรณีศึกษาทั่วโลกนำสู่การทำงานของสามพรานโมเดลกับ Organic Social Movement เพื่อเป็นฐานการเรียนรู้และสามารถนำไปประยุกต์ใช้

16. “การตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์”


ประกอบด้วยการเรียนรู้ถึงสถานการณ์และแนวโน้มตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสามารถวางแผนกลยุทธ์การตลาด นำเสนอสินค้าบริการที่สอดรับกับความต้องการของลูกค้า มีการบริหารจัดการราคาและช่องทางเชื่อมโยงผู้ผลิตกับผู้บริโภคให้เข้าถึง และเกิดความเข้าใจกัน ทำให้เกิดการส่งต่อคุณค่าสินค้ารวมไปถึงเรื่องการทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดรูปแบบต่างๆ

17. “พฤติกรรมผู้บริโภคตลาดเกษตรอินทรีย์”


เป็นองค์ความรู้ที่เป็นฐานการทำความเข้าใจและการวางแผนการทำงานด้านต่างๆ ครอบคลุมการเรียนรู้ลักษณะของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายต่างๆ ที่อาจมีความต้องการแตกต่างกัน สามารถนำหลักการวิเคราะห์พฤติกรรมทางจิตวิทยาและสังคมสิ่งแวดล้อมมาคาดการณ์การเปลี่ยนแปลง และเชื่อมโยงกับการวางแผนกลยุทธ์ธุรกิจ
การตลาดและการสื่อสาร

18. “วิถีอินทรีย์” (Organic Living)


มีหลากหลายมิติตั้งแต่เรื่องอาหาร (เช่นการเตรียมการ การสร้างสรรค์เมนูเพื่อการบริโภคในครัวเรือน) การดูแลสุขภาพองค์รวม ไลฟ์สไตล์ รวมไปถึงเรื่องการรักษาสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้เพื่อไปสู่เป้าหมายชีวิตที่สมดุล การเรียนรู้วิถีอินทรีย์มุ่งหวังให้เกิดการนำไปปรับใช้ลงมือปฏิบัติเพื่อประโยชน์กับตัวเองและคนรอบข้าง

19. “การสื่อสารวิถีอินทรีย์”


เป็นแนวทางการทำงานสื่อสารและการวางแผนกลยุทธ์สื่อสารเพื่อบรรลุเป้าหมายธุรกิจพร้อมการขับเคลื่อนสังคมด้วยการส่งเสริมประสบการณ์ตรงจากการเรียนรู้เส้นทางวิถีอินทรีย์ ครอบคลุมกระบวนการและเครื่องมือสื่อสารทั้งแบบดั้งเดิมและแบบออนไลน์ การทำงานร่วมกับสื่อมวลชนเพื่อสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงในกลุ่มนักสื่อสาร และการทำกิจกรรมตรงถึงผู้บริโภคเพื่อให้เกิดความหลากหลายในการเข้าถึงกลุ่มคนต่างๆในสังคม องค์ความรู้ของ Sampran Model Academy ทั้ง 3 ด้าน 19 หัวข้อ เป็นการสังเคราะห์จากประสบการณ์ทำงานของทีมงานสามพรานโมเดลและเครือข่าย ผสานกับการศึกษาวิจัยทั้งในเชิงวิชาการและจากกรณีศึกษาต่างๆ
องค์ความรู้ที่พัฒนาและรวบรวมมุ่งหวังให้เกิดผลเชิงปฏิบัติจากการนำหลักการไปปรับประยุกต์กับบริบทใช้งาน ซึ่งสอดคล้องกับหลักการของเกษตรอินทรีย์ที่อยู่บนฐานการรู้จักและเข้าใจธรรมชาติของแต่ละพื้นที่ และพร้อมปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมได้เสมอ

LINE at Sampranmodel

ร่วมเป็นสมาชิกนักขับเคลื่อน
Organic Social Movement

คลิกที่นี่